จุดถ่ายรูปในกรุงเทพฯที่เหมือนจะไม่มีอะไรแต่มีอะไร 

สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯหรือปริมณฑล  แนะนำว่า 2 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดที่จะลองไปเช็คอินและถ่ายรูปนั่นก็คือที่บริเวณเสาชิงช้าและสะพานพระพุทธยอดฟ้านั่นเอง  จุดถ่ายรูปในกรุงเทพฯ สำหรับที่บริเวณเสาชิงช้าหรือแม้แต่สะพานพระพุทธวาสฟ้านั้นสำหรับคนกรุงเทพฯหรือแม้แต่คนในเขตปริมณฑลชื่อว่าอาจจะเคยขับรถผ่านไปผ่านมากันอยู่บ่อยครั้งและดูเหมือนว่า 2 สถานที่แห่งนี้ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ แต่จริงๆแล้วคุณรื้อไม่ว่าทั้งสองสถานที่แห่งนี้นั้นกลายเป็น Landmark ที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยและมาที่กรุงเทพฯแล้วก็จะต้องแวะมาเช็คอินกันทุกครั้งเลยทีเดียว   สำหรับบริเวณเสาชิงช้านั้นนับได้ว่าเป็นสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความสวยงามโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งที่นี่จะมีการตั้งเสาที่มีขนาดสูงถึง 21.15 เมตรเป็นเสาไม้สีแดงขนาดใหญ่โดยบริเวณที่ตั้งของเสาชิงช้านั้นก็จะลอยล้อมไปด้วยวัดวาอารามและศาลาว่าการของกรุงเทพฯซึ่งที่นี่นอกจากจะมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามอย่างมากในยามค่ำคืนเพราะในช่วงเวลากลางคืนนั้นบริเวณพื้นที่โดยรอบนั้นจะประดับประดาไปด้วยแสงไฟบินบรรยากาศที่มีความแตกต่างกันมากในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน    นอกจากนี้เมื่อนักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปที่บริเวณเสาชิงช้าแล้วยังมีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอีกมากมายเพียงแค่เดินลัดเลาะมาตามท้องถนนนักท่องเที่ยวก็จะได้พบกับความเก่าแก่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะอยู่ตรงบริเวณสามแพร่งโดยบริเวณดังกล่าวนั้นจะมีถนน 3 สายแยกออกจากกันและบริเวณนี้อาคารบ้านเรือนต่างๆก็จะมีความเก่าแก่โบราณซึ่งได้มีการถูกอนุรักษ์เอาไว้     ส่วนสะพานพระพุทธยอดฟ้านั้น  ถึงแม้ว่าในสายตาของคนไทยนั้นจะมองเป็นเพียงแค่สะพานเหล็กเท่านั้นแต่สะพานแห่งนี้ก็เป็นสะพานที่มีประวัติอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน เพราะเป็นสะพานเก่าแก่ที่มีการสร้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ 2475 โดยสะพานแห่งนี้ใช้สร้างขึ้นมาเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาและในช่วงที่มีการสร้างสะพานในช่วงแรกนั้นก็มีการตั้งชื่อว่าสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์  …
ตำนานจตุรอาชา ม้าทั้งสี่

ตำนานจตุรอาชา ม้าทั้งสี่

จตุรอาชา หรือ ม้าทั้งสี่ เป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏในคัมภีร์วิวรณ์  ของศาสนาคริสต์ โดยเป็นม้าที่พระเจ้าส่งลงมาพร้อมกับอัครฑูตสวรรค์เพื่อประกาศเหตุการณ์สำคัญในช่วงปลายของยุคสมัย ตำนานนี้สะท้อนถึงความเชื่อเกี่ยวกับวันสิ้นโลก การลงโทษผู้ชั่วร้าย และการเริ่มต้นยุคใหม่แห่งความยุติธรรม   ตามคัมภีร์วิวรณ์ ม้าทั้งสี่ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อ พระกุญแจแห่งวันพิพากษาถูกเปิด แต่ละม้ามีสีและบทบาทที่แตกต่างกัน เป็นสัญลักษณ์ของพลังและเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เกิดขึ้นในโลก ม้าทั้งสี่มักถูกเรียกว่า ม้าขาว ม้าแดง ม้าดำ และม้าซีดหรือเขียวอ่อน   ม้าขาว   มักถือเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะและการพิชิต บางตำนานกล่าวว่าอัครฑูตสวรรค์ผู้ขี่ม้าขาวมีธนูและออกเดินทางเพื่อนำความยุติธรรมมาสู่โลก ในบางความเชื่อ ม้าขาวยังถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความดีและการเผยพระวจนะ หรือเป็นสัญลักษณ์ของพระคริสต์เองที่เดินทางเพื่อนำความรอดให้มนุษย์   ม้าแดง…