ผู้เขียน: adminone

สิ่งแรกเลยก็คือ ความชัดเจนต่อเป้าหมาย คนที่ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่งคั่งมหาศาล หรือว่าคนที่มั่งคั่งร่ำรวยทุกคนนั้นล้วนชัดเจนในเป้าหมายบางคนไม่ใช่แค่ความชัดเจนบางคนไม่มีเป้าหมายตั้งแต่ต้นบางคนมีเป้าหมายแต่เป้าหมายไม่ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นอยากรวยคำถามคือเท่าไหร่ถึงจะรวย

ซึ่งหลายๆคนชอบบอกว่าอยากผอมอยากหุ่นดีต้องถามว่าแล้วน้ำหนักเท่าไหร่ไขมันกี่%ถึงจะเรียกว่าหุ่นดีเห็นหรือไม่ว่าความชัดเจนมันไม่เท่ากันทีนี่ความชัดเจนในมุมของเรามันถูกแบ่งเป็น2ระดับด้วยกันก็คือมี Want Need มันต่างกันอย่างไง Wantก็คืออยากได้ ส่วน Need จำเป็นต้องได้

สมมุติยกตัวอย่างเช่น มีคนอยู่2หนัก100กิโลกรัมเท่ากัน

ทั้งคู่ก็อยากจะหนัก70กิโลลงสัก30กิโลในช่วงประมานหนึ่งปีคนแรกลดได้ก็ดีลดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คนที่2ไม่ได้ๆจำเป็นต้องได้คำถามคือคุณคิดว่าคนไหนลดได้คนหลังชนะตั้งแต่ในหัวแล้วเหมือนกันเลยมั่งคั่งร่ำรวยคือรวยได้ก็ดีนะแต่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรบางคนไม่ได้ๆต้องมั่งคั่งร่ำรวยให้ได้

สร้างความมั่งคั่งมหาศาล เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมบางคนถึงทำไม่เท่ากันแทนค่าไม่เท่ากันหรือว่าแลกไม่เท่ากันเพราะว่าเห็นเท่ากันตั้งแต่ต้นแล้วคนที่มั่งคั่งร่ำรวยทุกคนเขาชัดเจนตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเขาจะต้องร่ำรวยหรือมั่งคั่งให้ได้ยกตัวอย่างเช่น Warren Buffett เขาบอกพี่ๆเขาตั้งแต่เด็กแล้วว่าโตขึ้นมาเขาจะต้องรวยแน่ๆ

ซึ่ง Warren Buffettเขาเคยได้ให้สัมภาษณ์บ่อยครั้งเขาบอกว่าไม่เคยลังเลหรือสงสัยในตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียวเขารู้เลยว่าตั้งแต่เด็กว่าเขาจะต้องรวยแน่ๆความชัดเจนอาจจะไม่จำเป็นความมั่งคั่งร่ำรวยก็ได้บางครั้งมันก็เป็นผลพวงของการทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่เปลี่ยนโลกยกตัวอย่างเช่นอย่างBill Gates คือตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วเขาเชื่อว่าทุกบ้านจะต้องมีคอมพิวเตอร์วันนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้วมันเป็นผลพวงจากความชัดเจนของเขา

นอกจากนี้ให้ดูตัวอย่างSteve jobs เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า Make a dent in Universeเขาแค่อยากจะให้จักรวาลนี้มันมีอะไรจากสิ่งที่เขาได้ทำที่เขาต้องการจะเปลี่ยนโลกนั่นเองแต่ผลพวงของการกระทำของ Bill Gatesหรือ Steve jobsนั้นมันทำให้เขาร่ำรวยมหาศาลพูดถึงเรื่องนี้นิกถึงอีกหนึ่งคำคมขึ้นมาได้เป็นคำคมของMark Twain คนเรามีวันสำคัญอยู่สองวันคือวันที่เราเกิดมากับวันที่เรารู้ว่าวันที่เราเกิดมาเพื่ออะไรและคุณรู้หรือยังว่าทุกวันนี้คุณเกิดมาเพื่ออะไรนี่เป็นคำคมที่จะฝากเอาไว้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

Read More

สำหรับแบรนด์ที่เรานั้นจะนำเอามาเล่าให้ฟังในวันนี้นั้นมันเป็นแบรนด์ที่มีชื่อว่าCOACHหรือที่หลายคนเวลาที่ไปซื้อกระเป๋าก็จะคิดถึงแบรนด์นี้เราก็จะเรียกกันติดปากว่ากระเป๋าCOACHใช่ไหม แบรนด์ยอดนิยมที่กลายมาเป็นธุรกิจ

โดยจุดเริ่มต้นของกระเป๋าCOACHเริ่มต้นภายในปี1941ในตอนนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “ ไมล์ส คาห์น “ คนๆนี้คือคนที่พึ่งกลับมาจากสงครามโลกตอนนั้นเขาได้ไปเกณฑ์ทหารที่กองทัพสหรัฐแล้วได้ถูกส่งไปยันประเทศต่างพอกลับมาถึงสหรัฐสิ่งแรกที่เขานั้นได้ทำนั่นก็คือเขากลับมาเก็บข้าวของและเขาก็ได้เจอของชิ้นหนึ่งของเขามันกำลังชำรุณเสียหาย

ซึ่งสิ่งนั้นก็คือกระเป๋าสตางค์มันเป็นกระเป๋าสตางค์คู่ใจของเขาและเขาก็ต้องการที่จะหายคนมาซ่อมแทนที่จะซื้อใหม่ปรากฏว่าสิ่งที่เขาทำก็คือหลักจากเขาที่เดินทางไปเพื่อที่จะค้นหาว่ามีช่างฝีมือคนไหนที่ได้มีความสามารถมากพอที่จะมาซ่อมเครื่องหนังของเขากระเป๋าสตางค์ของเขาให้กลับมาเป็นสภาพใหม่เหมือนเดิมได้

นอกจากนี้ในตอนนั้นเมืองที่เขานั้นได้อยู่ก็คือมหานครนิวยอร์กและเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งเขานั้นได้เดินทางไปยังถนนหมายเลข34ตัวเขาเองได้เจอกับร้านๆหนึ่งที่เป็นโรงงานเล็กๆโรงงานนี้มีช่างฝีมือเครื่องหนังอยู่จำนวน6คน เมื่อเข้าได้เข้าไปที่โรงงานนั้นแทนที่เขานั้นจะเข้าไปส่งกระเป๋าสตางค์แล้วก็เจรจาเรื่องค่าซ่อมแล้วก็กลับเขากลับเข้าไปคุกคีอยู่ในนั้นและเขาก็ได้พบว่าสไตล์การทำงานทั้ง6คนเป็นการทำงานที่มีสไตล์การทำงานที่น่าหลงไหลและมันก็มีอะไรบางอย่างที่ได้ถูกซ้อนเอาไว้ในนี้เขาเองในขณะที่เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ไม่นานก็ยังรู้สึกหลงไหลและประทับใจที่นี่เลย

เพราฉะนั้นแล้วสิ่งที่เขาทำก็คือหลังจากนั้นเขามีโอกาสกลับมาที่นี่อยู่เรื่อยๆและเขาก็ได้ตัดสินใจว่าจะขอร่วมงานกับที่นี่พร้อมกับภรรยาของเขานั่นก็คือ “ ลิลเลียน คาห์น “ โดยหลังจากที่ร่วมงานทำงานกับที่นี่มาประมารเกือบ20ปีในปี1961ตอนนั้น “ ไมล์ส คาห์น “คนนี้เองก็เลยตัดสินใจว่าจะซื้อกิจการทั้งหมดของร้านนี้คือไม่ได้ขอให้ตัวเองเป็นหุ้นส่วนของร้านนี้แต่ว่าต้องการที่จะเป็นเจ้าของร้านนี้เลย

เนื่องจากนี้ตลอดช่วงระยะเวลาที่“ ไมล์ส คาห์น “มีโอกาสทำงานอยู่ในโรงงานเครื่องหนังแห่งนี้เขาได้สังเกตอยู่หลายอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นกับเครื่องหนังแบบต่างๆจกระทั่งเขาได้สังเกตสินค้าอยู่ชิ้นหนึ่งนั่นก็คือถุงมือเบสบอลมันก็จะมีถุงมือเบสบอลอยู่ประเภทหนึ่งที่ใช้หนังวัวทำ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ฝาก-ถอน ออ โต้ จีคลับ

Read More

เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีได้ก้าวล้ำนำหน้าไปเป็นอย่างมาก ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ  ทำให้โลกออนไลน์ของเรานั้นมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากเหลือเกิน ซึ่งนั่นรวมไปถึงการทำธุรกิจด้วย ดังนั้นทำให้ในเวลานี้หลายๆคน ที่ทำธุรกิจคงต้องปรับตัวกันพอสมควรเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงทำให้มีร้านค้าที่ก้าวสู่โลกของ E-Commerce (อีคอมเมิร์ซ) กันเป็นอย่างมาก

ดังนั้นการศึกษาและการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์และกลยุทธ์การตลาดในการโปรโมทสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่คนทำธุรกิจนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้ ที่จะทำให้สินค้าของตัวเองสามารถขายสินค้าและเอาชนะคู่แข่งจำนวนมากที่มีอยู่ในตลาดออนไลน์ให้ได้

ซึ่งก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นเราๆที่เป็นคนทำธุรกิจนั้น คงจะต้องเข้าใจคำว่า E-commerce ให้ดีเสียก่อน  ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ  ซึ่งคำๆนี้ย่อมาจากคำว่า Electronic Commerce หรือแปลเป็นภาษาไทยก็คือ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นั่นเอง ซึ่งในแง่ของการกระทำก็คือการทำธุรกิจโดยมีการซื้อขายสินค้ากันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในปัจจุบันก็คืออินเทอร์เน็ต

ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งข้อความ เสียง ภาพ และคลิปวิดีโอ ดังนั้นจึงทำให้สามารถที่จะเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวางอีกทั้งยังช่วยในการทำให้ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการได้เป็นอย่างดี ซึ่งการทำธุรกิจแบบ E-Commerce นั้นเราจะแบ่งออกได้ประมาณหกกลุ่ม นั่นก็คือ

กลุ่มแรกจะเป็นแบบ B to C นั่นก็คือ Business to Consumer หรือ ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีก โดยผู้ซื้อจะซื้อสินค้าปลีกจากผู้ขายผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น การซื้อเสื้อผ้า หรือซื้อเครื่องสำอางในปริมาณที่ไม่เยอะ

กลุ่มสองจะเป็นแบบ B to B ก็คือ Business to Business หรือ ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายทำการติดต่อซื้อขายกัน โดยเป็นการซื้อขายกันแบบปริมาณเยอะๆ เช่นการขายส่งเป็นต้น

กลุ่มสามจะเป็นแบบ B to G คือ Business to Government หรือ ธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ เช่นเป็นการจัดจ้างของภาครัฐ โดยเป็นการประกาศผ่านทางเว็บไซด์เพื่อลดค่าใช้จ่าย

กลุ่มสี่จะเป็น G to G คือ Government to Government หรือการติดต่อกันระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลที่เป็นหน่วยงานจะทำการติดต่อกันเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล

กลุ่มห้าจะเป็น C to C คือ Consumer to Consumer หรือการติดต่อซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน ที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจแต่เป็นการประกาศซื้อขายของตนเอง และผู้บริโภคอีกคนสนใจก็สั่งซื้อไป

กลุ่มหกจะเป็น G to C คือ Government to Consumer หรือการให้บริการจากทางภาครัฐผ่านสื่ออิเลกทรอนิคส์ เล่นการคำนวณและการเสียภาษี

ซึ่งทั้งหมดก็จะเรียกว่าเป็นการทำธุรกิจแบบ E-Commerce นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่

Read More

      ลูกค้า Dtac ลงทะเบียนไม่ได้   เมื่อวันที่ 16 เดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2563  ซึ่งเป็นช่วงของการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับพบปัญหาว่าประชาชนที่ใช้โทรศัพท์มือถือของค่าย DTAC นั้นไม่สามารถที่จะทำการลงทะเบียนได้เนื่องจากพบปัญหาระบบของ dtac ขัดข้องไม่สามารถส่งค่า otp มาให้กับลูกค้าได้ทำให้ลูกค้า Dtac นั้นลงทะเบียนไม่ทันและไม่สามารถเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ทันเนื่องจากว่าโครงการมีการลงทะเบียนเต็มก่อนนั่นเอง

สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือในโลกออนไลน์ลูกค้าระบบดีแทคต่างก็ออกมาเรียกร้อง

ให้กับทางผู้บริหารของทาง dtac ออกมารับผิดชอบกับเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นเพราะผลกระทบที่เกิดจากระบบของ dtac ล่มนั้นทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากลงทะเบียนไม่ทันขาดเงินที่รัฐบาลจะช่วยเหลือเป็นจำนวนสูงถึง 3,500 บาทเลยทีเดียวหลายคนออกมาข่มขู่ผู้บริหารของ dtac ว่าจะมีการย้ายค่ายอย่างแน่นอนหากทาง dtac ไม่ออกมารับผิดชอบกับเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น

         อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางด้านผู้บริหารของ dtac ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและผลการอนุมัติออกมาก็ได้มีการประกาศออกผ่านสื่อต่างๆเกี่ยวกับการดูแลลูกค้าของระบบ dtac ที่ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งกันได้ว่าทาง dtac จะมีการรับผิดชอบด้วยการ ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับลูกค้าดีแทคทุกหมายเลขที่มีการลงทะเบียนคนละครึ่งไม่ผ่านโดยการชดเชยนั้นจะมีการชดเชยให้ลูกค้า Dtac สูงสุดถึง 3,500 บาทตามเงื่อนไขเดียวกับโครงการคนละครึ่งเลยทีเดียว

 

ส่วนการชดเชยของทาง dtac ที่จะมีต่อลูกค้าของ dtac นั้น

จะเป็นการชดเชยเกี่ยวกับการคืนให้ทางลูกค้าระบบเติมเงินแล้วลูกค้ารายเดือนโดยจะเน้นการชดเชยให้เป็นส่วนลดให้กับลูกค้าระบบ dtac เช่นจะมีการเติมเงินโบนัสให้ฟรีหรือแม้แต่จะมีการเติมค่าโทรให้ลูกค้าฟรีหรืออินเทอร์เน็ตให้ลูกค้าฟรีซึ่งครั้งนี้ทาง dtac จะมีการส่งข้อความไปที่โทรศัพท์มือถือของลูกค้าและให้ลูกค้าของ dtac เป็นผู้ทำการเลือกว่าลูกค้าอยากจะได้รับการชดเชยผ่านช่องทางไหนจะปรับเป็นการเติมเงินให้

ลูกค้า Dtac ลงทะเบียนไม่ได้ หรือจะเอาค่าโทรหรือจะใช้เป็นเน็ตฟรีลูกค้าสามารถเลือกได้เลยทั้งนี้การชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นทาง dtac จะมีการส่งข้อความหาลูกค้าตั้งแต่วันที่ 17 เดือนธันวาคมเป็นต้นไปและจะส่งต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 ธันวาคมเพื่อให้ลูกค้ามีการเลือกแพ็คเกจที่อยากจะได้รับการชดเชยในครั้งนี้นั้นเอง

        สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาที่ผิดพลาดจากทางระบบแต่ทาง dtac ก็ออกมารับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งเชื่อว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการคนละครึ่งอาจจะพอใจกับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และจะส่งผลทำให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างลูกค้า dtac กับเครือข่าย dtac นั้นลดลงเพราะทางด้าน Dtac เองก็ได้ออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ดังกล่าวให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้ โดย  sa casino ฟรี300

Read More

True ตีตลาดโทรศัพท์มือถือ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าบริษัททรูเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการสื่อสารโทรคมนาคมต่างๆซึ่งบริษัท True นั้นก็ยังขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อของทรูด้วยและแน่นอนว่าครูก็คือหนึ่งในเครือข่ายของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง CP ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับทางบริษัททางด้านทูจึงได้ตีตลาดลูกค้านอกจากจะขายสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์ที่เป็นเว็บไซต์ของตัวเองแล้ว

ก็ยังมีการขายสินค้าโดยการนำโทรศัพท์ไปวางขายตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจะมีแค่เพียงเฉพาะบางสาขาเท่านั้นที่จะมีโทรศัพท์มือถือไปวางรวมถึงจะมีที่นั่งเป็นบาร์นั่งให้ผู้ที่เข้าไปใช้บริการของร้านเซเว่นนั้นสามารถที่จะทำการชาร์จโทรศัพท์มือถือได้โดยวิธีการนี้จะเป็นวิธีการดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปใช้บริการเซเว่นรวมถึงลูกค้าที่สนใจจะซื้อโทรศัพท์มือถือของทรูซิมการ์ดของ True

True ตีตลาดโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถหาซื้อสินค้าได้ง่ายๆโดยไม่ต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าเท่านั้นและสามารถหาซื้อและใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมงเรียกได้ว่าเป็นการเปิดกว้างทางด้านเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงและจับต้องได้ง่ายเพราะเมื่อก่อนนั้นหากเราต้องการซื้อซิมการ์ดหรือโทรศัพท์มือถือก็จะต้องรอให้ห้างเปิดเพลงเท่านั้น

แต่ในปัจจุบันนี้ไม่จำเป็นเราก็สามารถที่จะ รับนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้งานได้เลย

และยังใส่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย และเชื่อว่าอีกไม่นานบริษัทโทน่าจะมีการขยายการขายสินค้าให้มากขึ้นมากกว่านี้ซึ่งจะทำให้ลูกค้านั้นนิยมใช้สินค้าของบริษัทโตมากขึ้นจากเดิมนั่นเองถือว่าเป็นการทำการตลาดที่ดีมากๆและถ้าหากเป็นไปได้ถ้าทรูสามารถที่จะนำสินค้าที่เป็นสินค้าเทคโนโลยีมาวางขายในร้านได้เยอะขึ้น

และครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศก็จะทำให้ผู้คนนิยมหันมาใช้สินค้าของทรูกันมากขึ้นเพราะเป็นสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ง่ายไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปห้างโดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มต่างจังหวัดที่นานๆครั้งจะต้องเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเพื่อเดินทางไปซื้อของที่ห้างหากพวกเขานั้นสามารถซื้อแถวบ้านได้ก็จะทำให้ชาวบ้านนั้นไม่จำเป็นต้องเดินทางไปห้างอีกต่อไป

และยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับทางบริษัทในการขายสินค้าพวกนิวเทคโนโลยีต่างๆได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้คนมักจะซื้อสินค้าถ้าหากคุณภาพสินค้าดีดังนั้นการซื้อโทรศัพท์มือถือซิมการ์ดของ True ก็เช่นเดียวกันถ้าหากซื้อไปแล้วไม่มีสัญญาณก็จะทำให้ธุรกิจในการขายของของทรูนั้นไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ดังนั้นจะต้องมีการพัฒนาสัญญาณของระบบ True ควบคู่ไปกับการขายสินค้าให้ครอบคลุมนั่นเองค่ะ

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร sbobet โดยตรง

Read More

          จากการระบาดของไวรัส covid ที่กำลังระบาดรอบใหม่อยู่ในขณะนี้ส่งผลทำให้ออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งจากร้านค้าในสำเพ็งมีการแจ้งขอยกเลิกเป็นจำนวนมากทำให้ในขณะนี้สําเพ็ง ซึ่งเป็นสถานที่ขายของส่งที่เคยคึกคักอยู่ตลอดเวลากลับดูเงียบเหงาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน  Covid ทำร้านค้าในสำเพ็ง ทางด้านผู้ประกอบการร้านค้าตามข้ออ้างว่าพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้กันเป็นจำนวนมากว่าสินค้าภายในร้านนั้นไม่สามารถขายได้เลย

           ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เป็นของตกแต่งบ้านหรือของตกแต่งในช่วงวันปีใหม่หรือสินค้าทั่วไปเช่นเสื้อผ้าเครื่องประดับต่างๆที่เคยขายได้ดีตอนนี้ก็ไม่มีลูกค้ามาเดินซื้อสินค้าเลยสิ่งที่ทำให้ร้านค้าเหล่านี้สามารถเปิดร้านขายสินค้าและขายของได้ในตอนนี้พวกเขาต้องหันนำสินค้าที่เป็นเจลแอลกอฮอล์รวมถึงหน้ากากอนามัยมาขายแทนถึงจะสามารถขายสินค้าได้ในตอนนี้

 

            เนื่องจากในขณะนี้ในหลายพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯทางด้านรัฐบาลได้มีการประกาศให้ระงับการปฏิบัติกรรมเกี่ยวกับการ Countdown มีช่วงปีใหม่ทำให้โดยปกติแล้วร้านค้าตรงบริเวณสำเพ็งจะสามารถขายของตกแต่งต้นคริสต์มาสรวมถึงไฟและสินค้าที่ใช้ประดับประดาบ้านในช่วงปีใหม่ไม่สามารถขายสินค้าออกได้เลยเพราะเมื่อไม่สามารถจัดงานปีใหม่ได้ร้านค้าต่างๆรวมถึงสามารถทั่วไปจึงได้ไม่มีการซื้อเครื่องประดับไฟตกแต่งร้านค้าของตนเองหรือบ้านเรือนของตนเองนั่นเอง

          จากอดีตที่สำเพ็งนับเป็นตลาดที่มีความคึกคักอยู่ตลอดเวลาเป็นตลาดที่มีคนเดินอย่างหนาแน่นทุกวันนี้กลับพบว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามจากที่เคยเป็นมาโดยตลอดว่าในขณะนี้หากใครที่ไปเดินตลาดสำเพ็งจะเห็นได้ว่าตลาดสำเพ็งในตอนนี้เงียบเหงาไม่มีคนมาเดินซื้อของกันเลยทีเดียวเรียกได้ว่าหากคุณไปเดินตลาดสำเพ็งคุณจะเห็นแต่เหล่าพ่อค้าแม่ค้านั่งคอยลูกค้ากันอย่างเดียวโดยที่แทบจะไม่มีลูกค้าเดินซื้อของเลยทำให้ในขณะนี้สถานการณ์ของร้านค้านั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยเจ้าของร้านค้าระบุว่ารายได้ของพวกเขานั้นแทบจะไม่มีเลยและลดลงอย่างเห็นได้ชัด  

            เนื่องจากในตอนนี้คนแทบที่จะไม่เดินตลาดฟังเพลงกันเลย  สิ่งที่คนมาเดินสำเพ็งเพื่อมาหาซื้อของส่วนใหญ่กันตอนนี้พวกเขามาซื้อหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือกันเท่านั้นดังนั้นร้านค้าอื่นที่ไม่ได้ขายหน้ากากอนามัยแล้วจะรอก็แทบจะไม่มีลูกค้าซื้อสินค้าของพวกเขาเลยดังนั้นในตอนนี้อาจกล่าวได้ว่าร้านค้าในตลาดสำเพ็งนั้นมีผลกระทบอย่างรุนแรงนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาในรอบ 2 ในครั้งนี้สินค้าที่พวกเขาลงทุนเพื่อที่จะเอามาขายในช่วงปีใหม่นั้นเหลือเยอะมาก

            และไม่สามารถขายได้เพราะเมื่อหมดเทศกาลปีใหม่แล้วก็คงจะไม่มีลูกค้ามาซื้อย้อนหลังต้องเก็บไว้เป็นสินค้าขายในปีหน้าซึ่งอาจจะขายไม่ได้เพราะหากสินค้าเก็บไว้นานเป็นระยะเวลาเป็นปีก็อาจจะทำให้สินค้านั้นส่งคุณภาพและไม่น่าซื้อซึ่งแน่นอนว่าเงินที่ลงทุนไปในช่วงปีใหม่นี้พวกเราพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสำเพ็งต่างก็ขาดทุนย่อยยับกันเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แจ้งฝาก-ถอน sbobet

Read More

เชื่อเหลือเกินว่าตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมากับการแพร่ระบาดไข้ไวรัสโควิด 19 นั้นคงจะทำให้หลายๆคน รายได้สะดุดหายกันไปบ้าง ซึ่งนอกจากเราจะต้องรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงเพื่อห่างไกลจากโควิด19 แล้วนั้น สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้คือสุขภาพของการเงิน ที่เราควรจะรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ซึ่งหากเราแบ่ง สามข้อที่ควรทำและไม่ควรทำ จะได้ออกมาดังนี้

สามข้อที่ควรทำ คือ

ลดรายจ่าย ให้เหลือเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เช่นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นที่ขยายรวมไปถึงรายจ่ายในการทำงานเช่นค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งควรจะลดเรื่องของปริมาณความหรูหรา ถ้าเป็นบริการอาจเป็นการเปลี่ยนบริการ หรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง

สามข้อที่ควรทำและไม่ควรทำ เพิ่มรายได้ เพิ่มทักษะ ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ยังมีสินค้าที่ขายดีในขณะนี้คือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การทำความสะอาดฯลฯ ซึ่งหากเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถหารายได้เพิ่มมาจุนเจือครอบครัวได้

ทบทวนสถานะเป็นระยะ เหมือนทุกๆวันที่เราเฝ้าติดตามยอดจำนวนผู้ป่วยว่ามีตัวเลขเพิ่มขึ้นหรือไม่ เราก็ต้องทบทวนแผนการเงินของเป็นระยะเช่นกัน ว่าเป็นไปตามที่เราคิดกันไว้ไหม ว่ารายจ่ายลดลง และมีรายได้เพิ่มขึ้นไหม หากยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะได้ปรับแผนเพื่อรับมือได้อย่างทันท่วงที

สามข้อที่ไม่ควรทำ คือ

สร้างหนี้ใหม่โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ในช่วยนี้ รัฐออกมาทั้งแจกเงิน และการให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ลองประเมินดูว่าจำเป็นกับการกู้จริงๆไหม และสามารถหาชำระหนี้ได้หรือใหม่ ไม่งั้นจะกลายเป็นเพิ่มหนี้ให้ตัวเอง ซึ่งบ่อยครั้งจะพบว่าไปขอกู้ไว้ก่อน เต็มวงเงินเท่าที่กู้ได้ พอมีเงินอยู่กับตัวก็เผลอเอาไปใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็นและกลายเป็นหนี้ท่วมตัว

ขายสินทรัพย์ จำนำโดยไม่จำเป็น อีกทางเลือกสำหรับคนขาดสภาพคล่อง เมื่อรายได้ไม่พอกับรายจ่ายในช่วงนี้คือการนำทรัพย์สินไปจำนำ บางคนเลือกขายของใช้ บางคนเลือกจำนำทอง เพื่อเอามาจุนเจือสภาพคล่องในยามขัดสน คล้ายกับการตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต 

ใช้อารมณ์ในระยะสั้น ส่งผลต่อแผนในระยะยาว ซึ่งอารมณ์ของความกลัวจะมีผลต่อความคิดและการตัดสินใจของเรา แม้ว่ามีความไม่แน่นอนสูงมากในระยะสั้นและปานกลาง แต่หากว่าเราได้วางแผนในระยะยาวไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุน แน่นอนว่าเราไม่ควรปล่อยให้อารมณ์ระยะสั้น มาส่งผลต่อความฝันในระยะยาวให้สะดุดลง

 

สนับสนุนโดย.  gclub

Read More

         วิธีลบ Application  บนมือถือ ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งมีการสร้าง Application ขึ้นมาที่สามารถดาวน์โหลดมาไว้ที่โทรศัพท์มือถือแล้วใช้งานไม่ว่าจะเป็น App เกี่ยวกับการออกกำลังกายหรือแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับเรื่องของวิธีการลดความอ้วนการควบคุมอาหาร Application สำหรับการเล่นเกมและยังมีแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับเรื่องของการทำงานต่างๆมากมายเต็มไปหมด

      เห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือจะมีการเข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นมาทดลองใช้งานอย่างต่อเนื่องและเมื่อแอปพลิเคชันไหนเอ้าแล้วหรือ Application ไหนไม่น่าสนใจก็จะมีการลบทิ้งแต่อย่างไรก็ตามอย่างที่เรารู้กันดีว่าถึงแม้ว่าเราจะลบแอพพลิเคชั่นออกไปจากโทรศัพท์หน้าจอมือถือของเราแล้ว  แต่ในเมมโมรี่ความจำของตัวเครื่องมายังคงมีข้อมูลของแอพพลิเคชั่นนี้อยู่ซึ่งแน่นอนว่ามันมีผลต่อระบบความจำของตัวเครื่องเป็นอย่างมากเลยทีเดียวดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการลบ Application ว่าเราสามารถเข้าไปทำ วิธีลบ Application  บนมือถือ ของเราได้อย่างไรที่มันจะหายไปจากความทรงจำของตัวเครื่องไม่ส่งผลต่อ Memory ของตัวเครื่องของเรานั่นเอง 

        สำหรับการลบ Application บนมือถือของเครื่องที่เป็นระบบปฏิบัติการ Android วิธีการลบ Application นั่นก็คือให้ผู้ใช้งานเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าของตัวเครื่องหลังจากนั้นก็เข้าไปที่ Application เมื่อเข้ามาใน Application เรียบร้อยแล้วให้เลือกโปรแกรมที่ผู้ใช้งานต้องการที่จะลบออกหลังจากนั้นก็กดคำว่า uninstall สำหรับโทรศัพท์มือถือ Android บางยี่ห้อนั้นอาจจะกดไปที่ไอคอนที่เราต้องการลบแล้วกดค้างไว้ก็ได้ก็จะสามารถเลือกไปที่คำว่า uninstall  ได้เช่นเดียวกันและนี่เป็นวิธีการลบออกจากข้อมูลความทรงจำของตัวเครื่องโดยทีเดียว

      สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นของระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งเป็นของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอปเปิ้ลนั้นวิธีการ ในการลบ Application ออกจากเมมโมรี่ของตัวเครื่องนั้นให้ผู้ใช้งานไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือหลังจากนั้นใช้นิ้วกดวางไปที่แอปพลิเคชันนั้นค้างหากเราต้องการลบแอพพลิเคชั่นไหนก็กดค้างไว้ที่ Application นั้นหลังจากนั้นจะมีหน้าต่างเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหน้าซึ่งจะมีคำว่า delete app  และ remove App  

        ซึ่งถ้าหากว่าเรากดเพียงแค่คำว่าดีลิคัพอย่างเดียวนั้นจะกลายเป็นว่า Application จะถูกลบออกจากหน้าจอแต่ยังคงอยู่ในเมมโมรี่ของตัวเครื่องแต่ถ้าเรากดคำว่า remove App นั้นนั่นหมายถึงว่าเรามีการถอนการติดตั้งแอปพลิเคชันนั้นออกจากตัวเครื่องซึ่งเมื่อเรากด remove App เรียบร้อยแล้วกดยืนยันการรบก็เป็นการเสร็จสิ้นวิธีการลบ Application ออกจากเมมโมรี่ของตัวเครื่องแล้ว 

      อย่างไรก็ตามการเข้าไป ลบ app ออกจากตัวเครื่องควรตรวจสอบชื่อ app ให้ดีก่อนลบเพื่อที่จะได้ไม่พลาดลบผิดไปลบ app ที่กำลังใช้งานอยู่ 

 

สนับสนุนโดย.  สมัครเว็บ ufabet

Read More

        อาจกล่าวได้ว่าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมมาจนถึงปัจจุบันนี้ในแต่ละวันนั้นจะมีกลุ่มนิสิตนักศึกษาและเด็กนักเรียนพากันออกมารวมตัวตรงบริเวณสถานที่ต่างๆภายในเขตกรุงเทพมหานครเต็มไปหมด    เศรษฐกิจไทยในช่วงที่มีม็อบ  โดยเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่บ่ายจนถึง 20:00 น ของทุกวันแน่นอนว่าจุดต่างๆที่นักศึกษาพากันไปรวมตัวประท้วงนั้นส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ตรงบริเวณที่มีคนอยู่เยอะเช่นหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ

         และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 4 วันแล้วในการที่นักศึกษาออกมาประท้วงจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาเย็นนั้นตามหน้าห้างสรรพสินค้าไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลเวสเกต   เซ็นทรัลปิ่นเกล้า     Central ลาดพร้าว  หรือแม้แต่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิตจะมีผู้คนหนาแน่นพากันไปรวมตัวอยู่บริเวณหน้าห้างเพื่อกดดันรัฐบาลให้ยุบสภาถึงแม้ว่าการไปร่วมกันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้านั้นจะไม่ได้มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นก็ตามแต่จากการประท้วงในลักษณะนี้ส่งผลให้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้วกับทอดยาวต่อเนื่องไปอีกและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยังสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ในสถานการณ์ที่ยังคงมีการออกมาประท้วงชุมนุมกันอยู่แบบนี้

          ซึ่งสาเหตุที่เศรษฐกิจไม่สามารถดีขึ้นได้และยังมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจอาจจะตกต่ำหรือแก้ไขปัญหายากมากกว่าเดิมนั่นก็เพราะว่าเมื่อมีการออกมาชุมนุมกันผู้คนก็มีการออกมาใช้จ่ายเงินกันน้อยลงส่วนหนึ่งนั้นมองว่าเมื่อต้องออกไปห้างสรรพสินค้าเพื่อไปทำการซื้อของจะต้องไปเจอกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงซึ่งหลายคนกลัวในเรื่องของการออกไปแล้วเจอปัญหารถติดรวมถึงเมื่อออกไปแล้วเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและอาจจะไปติดอยู่ในวงวันของการประท้วงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบและจับกุมเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้ผู้คนนั้นพยายามหลีกเลี่ยงที่จะออกไปซื้อสินค้ากันในช่วงนี้

          และที่สำคัญหลายคนมองว่าการประท้วงของนิสิตนักศึกษาอาจจะมีการยืดยาวออกไปเรื่อยๆ    เศรษฐกิจไทยในช่วงที่มีม็อบ  ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการใช้เงินอย่างประหยัดเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตนั้นสถานการณ์เศรษฐกิจจะแย่หนักกว่าเดิมมากแค่ไหนเพราะในขณะนี้อย่างที่รู้กันดีว่าเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีบริษัทร้านค้าต่างๆก็เลิกจ้างพนักงานเลิกจ้างลูกจ้างทำให้สถานการณ์ของผู้คนส่วนใหญ่ในขณะนี้จำเป็นต้องมีการเก็บเงินเอาไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินและยามจำเป็น

          และถ้าหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วงในเร็ววันนี้ชื่อว่าสถานการณ์ของเศรษฐกิจเศรษฐกิจไทยน่าจะยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปอีกนานซึ่งอาจจะลากยาวไปจนถึงปีหน้าเลยก็เป็นได้กว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น  และถ้าหากยิ่งการประท้วงเริ่มมีความรุนแรงกันมากยิ่งขึ้นแล้วเราก็การที่คนจะออกมาใช้จ่ายหรือไปท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆจะยิ่งลดน้อยลงยิ่งจะทำให้ปัญหาเศรษฐกิจแก้ไขยากมากกว่าเดิม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabet บนมือถือ

Read More

         การสแกนฝ่ามือ ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปได้มากเลยทีเดียวซึ่งปกติในตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องของการจ่ายค่าสินค้านั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องพกเงินสดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากใครที่มีการสมัครแอพพลิเคชั่นของธนาคารต่างๆไว้ก็สามารถที่จะชำระเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่น ได้ อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่องทางการชำระสินค้านั้นมีการเพิ่มมากยิ่งขึ้นโดยหลายประเทศผลักดันการชำระเงินด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ต้องจ่ายด้วยเงินสดเพื่อไม่ให้มือต้องสัมผัสกับเงินซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการติดไวรัสโควิด-19  นั่นเอง

        ดังนั้นบริษัทอเมซอนซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเกี่ยวกับเรื่องของระบบอินเทอร์เน็ตและออนไลน์จึงได้มีการพัฒนารูปแบบการชำระเงินของบริษัทตนเองโดยวิธีการชำระเงินรูปแบบใหม่ของบริษัท Amazon นี้ได้มีการพัฒนามาตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนกันยายนปีค.ศ 2020 แล้วและได้มีการทดสอบการชำระเงินในรูปแบบนี้มาแล้วนั่นก็คือการชำระเงินด้วยฝ่ามือนั่นเอง

โดยวิธีการนี้จะเป็นการทำงานภายใต้โปรเจคของ Amazon ที่ชื่อว่า Amazon one  สำหรับสำหรับโปรเจคนี้ของทาง  Amazon นั้นมีการทดลองใช้งานแล้วถึง 7 เดือนโดยสถานที่ที่ทาง  Amazon ทดลองการจ่ายเงินผ่านทางร้านที่ Amazon มีสาขาอยู่ นั่นก็คือ ร้าน whole Food  ซึ่งสาขานี้อยู่ที่ Capitol Hill 

           หลังจากที่ทาง Amazon ได้มีการทดลอง การสแกนฝ่ามือ  Project Amazon วันมาเป็นระยะเวลานานก็ทำให้เห็นว่าการชำระเงินด้วยวิธีการใช้ฝ่ามือเป็นวิธีการที่ดีมากในช่วงเวลานี้ที่ทั่วโลกยังคงมีการระบาดของไวรัสโควิf-19 ดังนั้นอเมซอนวันจึงจะถูกนำไปใช้กับสาขาอื่นๆของอเมซอนต่อไปซึ่งแน่นอนว่าในขณะนี้ในซีแอตเทิลนั้นมีสาขาของ Amazon ถึง 7 สาขาด้วยกันที่จะมีการเปลี่ยนวิธีการชำระเงินด้วยการสแกนฝ่ามือ

 

           และเชื่อว่าในอนาคตอเมซอนจะมีการขยายการใช้วิธีการชำระเงิน ด้วยการสแกนฝ่ามือต่อไปอีกหลายสาขาทั่วโลกเพราะวิธีการนี้จะเห็นได้ว่าฝ่ามือของลูกค้าแทบไม่ได้สัมผัสกับอะไรเลยดังนั้นมันจึงมีประโยชน์มากๆในช่วงเวลานี้และ ที่สำคัญการชำระเงินด้วยการสแกนฝ่ามือนั้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการที่เราจะหยิบเงินสดไปจ่ายหรือแม้แต่การที่เราจะหยิบบัตรเครดิตออกไปรูดด้วยซ้ำไป

          อย่างไรก็ตามสำหรับลูกค้าที่จะใช้วิธีการสแกนฝ่ามือได้นั้นจะต้องมีการลงทะเบียนกับทาง Amazon เพื่อเข้าโครงการ Amazon เสียก่อนซึ่งจะต้องมีการระบุตัวตนให้ชัดเจนลูกค้าถึงจะสามารถใช้วิธีการชำระเงินด้วยการสแกนฝ่ามือได้ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  sa gaming สมัครยังไง

Read More