ผู้เขียน: adminone

ทุกพื้นที่หันมาใช้งานคอมพิวเตอร์เสียส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการทำงานในรูปแบบต่างๆ หรือเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนต่างๆดังนั้นการเกิดไวรัสคอมพิวเตอร์ขึ้น จึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักอย่างแน่นอน ซึ่งปัญหาหนักในการโดนไวรัสก็แย่พอๆกันเพราะมันก่อให้เกิดความเสียหายให้กับงานหรือหน่อยงานได้ ซึ่งแน่นอนที่สุดที่มันจะก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมาอย่างน่าปวดหัว

ซึ่งบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับเจ้าตัวการหรือไวรัสนี้กันว่า มีความร้ายแรงขนาดไหน

และเราจะจัดการกับเจ้าไวรัสเหล่านี้อย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับไวรัสเหล่านี้ก่อนว่ามีประเภทอะไรบ้าง เพราะเราจะได้แก้ไขหรือจัดการกับไวรัสเหล่านี้ได้ถูกต้อง

virus   คือโปรแกรมชนิดหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งไวรัสนี้จะพาตนเองเข้าไปอยู่ในคอมพิวเตอร์และจะแพร่กระจายตนเองตามปรแกรมอื่นๆที่อยู่ในคอมหรือเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งการเข้ามาในระบบคอมนี้ไวรัสจะทำการแพร่กระจายตนเองอย่างลวดเร็วเพื่อไปยังโปรแกรมต่างๆที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ เนื่องจากไวรัสจะไม่สามารถแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่งได้ ไวรัสจะจัดการตนเองงด้วยการแพร่กระจายเชื้อของตนเองไปยังทุกไฟล์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ซึ่งไอเจ้าไวรัสนี้จะทำการแพร่กระจายไปยังเครื่องอื่นๆได้ก็ต่อเมื่อมีใครนำไวรัสนี้ออกไปหรือกระทำการนำพาหะออกไปโดยผ่านทางไดร์ฟที่ติดไวรัสจากเครื่องที่มีเชื้อไวรัสเครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง 

Trojan   นั้นก็คือโปรแกรมหนึ่งที่ถูกเขียนหรือสร้างขึ้นมาเพื่อเปรียบเสมือนกับว่าเป็นโปรแกรมธรรมดาโปรแกรมหนึ่ง เพื่อสำหรับเอาไว้หลอกผู้ที่ต้องการใช้โปรแกรมให้ดึงโปรแกรมเหล่านี้ขึ้นมาใช้งาน นั้นเป็นการหลอกล่อผู้ใช้งานที่ไม่รู้หรือบุคคลที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เพื่อใช้ให้เป็นตัวแพร่กระจายไวรัสเหล่านั้น ให้ระบาด ซึ่งหากมีการเปิดใช้งานขึ้นมาอีกครั้งไวรัสเหล่านั้นจะทำการแพร่กระจายไปทั่วโปรแกรมในทันที

Worms   จะเป็นลักษณะที่คล้ายกับไวรัสของคอมพิวเตอร์ เพราะจะเป็นการแพร่กระจายตนเอง โดยเป็นโปรแกรมโปรแกรมหนึ่งซึ่งจะผ่านทางด้านเน็ตเวิร์ค (E-mail) โปรแกรมเหล่านี้จะกระจายและไปทำความเสียหายให้กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยตัวของมันเอง โดยจะทำการทำลายในรูปแบบคล้ายกับหนอนที่กัดกินผักผลไม้นั้นเอง ซึ่งจะค่อยๆทำการกัดกินโปรแกรมต่างๆภายในระบบคอมพิวเตอร์ของเราไปเรื่อยๆ

Hoax   เป็นไวรัวประเภทหลอกลวง นั้นก็คือไวรัสนี้จะทำการหลอกล่อเราด้วยวิธีการส่งมาเป็นข้อความต่างๆ จะมีการส่งข้อความไวรัสเหล่านี้ผ่านทางข้อความ หรือทางห้องแชท การสนทนาต่างๆ หากเทคนิกในการสร้างความเสียหายทำไว้ค่อนข้างเยอะ ก็จะสามารถสร้างความเสียหายให้กับโปรแกรมเหล่านั้นไม่น้อยเลย ส่วนใหญ่ไวรัสชนิดนี้จะสามารถทำด้วยการหลอกล่อเป็นข้อความและจะถูกส่งต่อไปเป็นทอดๆ

Read More

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

ขั้นตอนการตรวจเช็ก และแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์รีสตาร์ทบ่อย

1. ปิดคอมพิวเตอร์และถอดปลั๊กไฟฟ้า (Power Cord)จากแหล่งจ่ายไฟฟ้าให้เรียบร้อย

2. ถ้าหากเป็นเครื่องพีซีให้ถอดฝาด้านข้างออกและตรวจเช็กคาปาซิเตอร์เมนบอร์ด พร้อมทั้งทำความสะอาดแรม

3. สำหรับเครื่องโน้ตบุ๊คให้ถอดฝาด้านหลังเครื่องตำแหน่งแรมและทำความสะอาดแรมส่วนตัวคาปาซิเตอร์บนเมนบอร์ดของเครื่องโน้ตบุ๊คจะเป็นคนละชนิดกับคาปาซิเตอร์บนเมนบอร์ดของเครื่องพีซี ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องตรวจเช็กแต่มีกรณีที่คอมพิวเตอร์ยังอยู่ในประกัน ห้านถอดฝาข้างหรือด้านหลังออกเป็นอันขาดแนะนำให้นำคอมพิวเตอร์ไปให้ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ตรวจเช็กดีกว่า

4. ให้เปิด Control Panel ขึ้นมา จากนั้นในช่อง Search ให้ค้นหาคำว่าmemory และคลิกเลือกเมนู Diagnose your computer’smemory problemsเมื่อปรากฏหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Windows Memory Diagnostic ให้คลิกเมนูRestart now and check for problems ระบบก็จะรีสตาร์ทและทำการตรวจเช็กแรม

ถ้าหากแรมไม่มีปัญหา ก็จะปรากฎข้อความ No Problems have been detectedyet ให้คุณทราบ แต่ถ้าหากแรมมีปัญหา ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแรมใหม่บูตคอมพิวเตอร์ช้า ติดตั้งวินโดวส์ไม่ได้ปัญหานี้ส่วนมากมักมีสาเหตุจากการปิดคอมพิวเตอร์ไม่ถูกวิธีฮาร์ดดิสก์ถูกกระทบกระเทือน และไฟกระชาก

จึงส่งผลให้กลไกทางด้านกายภาพของฮาร์ดดิสก์เกิดความเสียหาย ตัวอย่างเช่นหัวอ่าน/เขียนพัง และจานดิสก์เก็บข้อมูลเกิด BadSector เป็นต้นซึ่งส่งผลให้ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ช้าลงดังนั้นการปิดคอมพิวเตอร์ให้ถูกวิธี การติดตั้งยึฮาร์ดดิสก์ให้แน่นหรือระวังเวลาที่ขนย้ายคอมพิวเตอร์

หรือการใช้อุปกรณ์อย่างยูพีเอสเป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าให้กับคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันไฟกระชาก และการตรวจเช็กและซ่อมแซมฮาร์ดดิสก์อยู่เสมอจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้


ขั้นตอนการตรวจเช็ก และแก้ปัญหาบูตคอมพิวเตอร์ช้า ติดตั้งวินโดวส์ไม่ได้

สำหรับเครื่องมือในการตรวจเช็ก และซ่อมแซมฮาร์ดดิสก์แนะนำให้ใช้เครื่องมือ Error-Checking ที่มาพร้อมกับตัววินโดวส์

1. เปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าสู่หน้าวินโดวส์ ในหน้าวินโดวส์ให้ดับเบิลคลิก My Computer หรือ Computer จากนั้นให้คลิกขวาบนไดรฟ์ C และคลิกเลือกเมนูProperties

2. เมื่อปรากฏหน้าไดอะล็อกบ็อกซ์ Drive C Properties ให้คลิกแท็บ Tools ในหัวข้อ Error-checking ให้คลิกปุ่ม Check now

Read More